“คอหงส์” กับก้าวย่างที่ท้าทายสู่ Smart City!?

0 comment 161 views

ข่าวที่กำลังฮือฮาในโลกโซเชียล กับกรณีต้นยางนาบนถนนสาย ลำพูน-เชียงใหม่ อายุนับร้อยปี ที่ถูกตัดจนเหลือแต่ตอ ภายใต้การดำเนินการของทาง อบจ.เชียงใหม่ กลายเป็นเรื่อง Talk of The Town เพราะปมความไม่เข้าใจระหว่าง ฝ่ายบริหารงานท้องถิ่นกับภาคประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มที่มีความรักต่อต้นไม้


หลายกรณีที่เกิด นับว่าเป็นเรื่องที่ควรค่าแก่การนำมาศึกษา และกลับมาทบทวนกันโดยเฉพาะการจูนความรู้สึกและเพิ่มความร่วมมือกันระหว่างสองฟากฝั่ง ทั้งฝ่ายบริหารงานปกครองท้องถิ่นกับภาคประชาชน ว่าแท้จริงแล้ว มาตรการใดที่จะถือเป็นเป้าหมายสูงสุดในการธำรงความเป็นเมืองแบบยั่งยืนภายใต้กรอบของการพัฒนาไปสู่เมืองสีเขียว (Geenest City)  ที่ทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยภายใต้ยุทธศาสตร์ 4.0 กำลังเตรียมที่จะเดินไปสู่จุดนั้น

หลายภาคส่วนพยายามนำสิ่งที่เรียกว่า การพัฒนาเมืองแบบอัจฉริยะ (Smart City Development) มาใช้ ซึ่งเกณฑ์สำคัญที่เกี่ยวข้องกับการไปถึงจุดนั้นจำเป็นต้องมีความเข้าใจ และเข้าถึงในสาระกันอย่างแท้จริง

กลไกการขับเคลื่อนเมืองของเมืองน่าอยู่ยั่งยืน กำลังกลับไปสู่ความเป็นธรรมชาติ,การจัดระบบผังเมืองอย่างชาญฉลาดที่จะไม่รุกล้ำกล้ำเกินพื้นที่ ๆ ที่ควรสงวนไม่ว่าจะเป็นพี้นที่สีเขียว,พื้นที่ๆ มีความเกี่ยวโยงกับประวัติศาสตร์ ,พื้นที่สุ่มเสี่ยงต่อสิ่งแวดล้อม,การพัฒนาพื้นที่เปิด (Open Space) ฯลฯ ทั้งหมดคือส่วนหนึ่งของภารกิจในการทำให้เมือง ไปสู่เมืองน่าอยู่


ตัวอย่างที่เทศบาลเมืองคอหงส์ มีเป้าสำคัญที่จะมุ่งไปสู่ “สำนักงานสีเขียว” (Green Office) ถือเป็นงานท้าทายเบื้องต้นที่จำเป็นต้องสร้างความรู้,ความเข้าใจ ทั้งแนวคิด,และรูปแบบวิธีการในการจัดการ ทั้งการปรับพฤติกรรมส่วนตัวเช่นการเดินทางมาทำงานด้วยการลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล และหันไปใช้ระบบขนส่งมวลชน ฯลฯ  หรือในสำนักงาน เช่นการนำกระบวนการลดการใช้วัสดุสิ้นเปลือง นำระบบเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้ ปรับเปลี่ยนวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ในสำนักงานเพื่อลดการใช้พลังงานและลดการปล่อยมลพิษสู่บรรยากาศ จากผลกระทบปัญหาโลกร้อน….ทั้งหมด มีเครื่องมือดัั้งเดิมที่จะใช้เริ่มต้นกระบวนการได้อย่างยอดเยี่ยม

“ต้นไม้” ถือเป็นเครื่องมือสำคัญระดับต้น ๆ ที่จะเปลี่ยนหลายอย่างได้ และเป็นเครื่องมือสำคัญที่หน่วยงานต่าง ๆ สามารถนำมาใช้เพื่อผลประโยชน์ทางด้านการช่วยประหยัดพลังงาน,ลดอุณหภมิในบริเวณสถานที่ และที่สำคัญ ต้นไม้คือเครื่องมือสำคัญในการช่วยชะลอความเร็วของปริมาณน้ำฝนที่อาจสร้างปัญหาน้ำระบายไม่ทัน (Storm Water Drainage), ลดคาร์บอนไดออกไซด์และเพิ่มปริมาณออกซิเจนได้อย่างดีเยี่ยม

ต้นยางนาแค่สองต้นที่ถูกตัด…มีการคำนวณออกมาในทางวิชาการว่า มันช่วยลดปริมาณคาร์บอนฯ ได้ถึง 6 ตัน/ปี!

ดังนั้น ภายใต้แนวคิด “สำนักงานสีเขียว” ควรขยายกรอบความคิดไปยังชุมชน,หมู่บ้าน ต่างๆ เพื่อให้หลายคนกลับมาตระหนักถือคุณค่าของ “ต้นไม้” กันอย่างจริงจัง
.


ถ้า “คอหงส์” ร่มรื่น.. และถือเป็นเทศบาลแรก ๆ ที่ปรับแนวคิดในการแก้โครงสร้างพื้นฐาน รวมไปถึงการแก้ไขภูมิทัศน์เมืองและออกแบบถนนและทางเท้ากันใหม่ ด้วยการนำ “ต้นไม้” กลับมาเป็นส่วนหนึ่งพร้อมกับการเตรียมก้าวไปสู่ Smart City ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ 20 ปี ด้วยการกล้าที่จะนำเสนอการผลักดันระบบขนส่งมวลชนที่หลายเมืองเริ่มแล้วด้วย ซิตี้บัส  เพื่อเป็นเครือ่งมือสนับสนุนแนวทาง สำนักงานสีเขียว และผลักดันให้เกิดเมืองแห่งการเดิน (Walkable City) และการปั่น

ต้องบอกว่า ใครคิดได้ทำก่อน…..ถือว่าเป็นโมเดลต้นแบบ ที่หลายเทศบาล,หลายเมือง จะต้องถามกลับว่า “คอหงส์กล้าทำได้อย่างไร!?”

เรื่อง :
วรพงศ์ ราคลี/  รอง ปธ.ชุมชนคลองหวะ1

Faceboook Comments

ความเห็น

0 comment
0

เรื่องที่คุณอาจจะสนใจ